การที่คนหนึ่งคน จะพูดโกหกคนอีกคนหนึ่งนั้น คงไม่ใช่เรื่องยาก
ไม่ยากที่จะพูด หากคน ๆ นั้นขาดซึ่งความรับผิดชอบ ความเข้าใจ
ไม่คิดจะรับผิดชอบ หรือพูดง่าย ๆ คือ ปัดความผิดชอบชั่วดีไปให้พ้นตัวเท่านั้น
แต่เรื่องที่กำลังจะเล่านี้ มันต่างกันอย่างสิ้นเชิง ..
เย็นวันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2551 เวลาประมาณ หกโมงเย็น
ปกติของทุกวันทำงาน กำลังนั่งทำงานเพลิน ๆ ก็มีโทรศัพท์จากพี่โทรเข้ามา
ก็คงเป็นเหมือนทุกวันคือ โทรมาถามว่าจะกลับด้วยกันไหม ก็เลยกดรับ
เสียงจากปลายสายดังมาอย่างสั่นเครือว่า
“..มารับพี่หน่อย พี่อยู่โรงบาล น้องไม่อยู่แล้ว..“
…
“น้องไม่อยู่แล้ว” คำนี้ดังก้องหัวผมอยู่ตลอดเวลารีบไปหาพี่ที่โรงพยาบาล
ช๊อคมาก ถึงมากที่สุด ที่หลานได้จากไปอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวสักนิด
รู้สึกจุกอย่างบอกไม่ถูก สงสารพี่มาก เพราะเค้าอยากมีลูกมาก
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ก็ได้รู้รายละเอียดจากหมอว่า เด็กเสียมาก่อนหน้านี้แล้ว
สิ่งที่ทำได้ก็แค่ปลอบใจเท่าั้นั้น เพราะในเวลานี้คงไม่มีใครปลอบใจได้ดีกว่า
พี่เขยของเรา เพียงแต่ว่า พี่เขยเพิื่่งเดินทางไปทำงานที่อินเดียเป็นเวลา 1 สัปดาห์
เมื่อช่วงเช้าของวันนั้น โดยไม่รู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลย..
เลยตกลงกันว่า จะคงยังไม่บอกพี่เขย เพระาถ้าบอกไป คงไม่มีสมาธิทำงานแน่
เป็นใครจะอยู่ไหว ถ้าได้รู้ข่าวอย่างนี้ก็ต้องรอเพียงให้พี่กลับมาก่อนแล้วค่อยบอกข่าว
ระหว่างขับรถกลับจากโรงพยาบาล มีแม่กับพี่นั่งอยู๋หลังรถ แม่ช่วยปลอบใจ
ไม่ให้พี่เสียใจไปมากกว่านี้ คำพูดต่าง ๆ นานา พรั่งพรูออกมาจากความรู้สึกของพี่
เราเองก็แทบจะกลั้นน้ำตาไม่ไหว สงสาร เสียใจ ทุกความรู้สึกมันเข้ามาจุกอยู่ที่อก
ไปหมด ระหว่างนั้นเอง ก็มีโทรศัพท์เข้ามาที่เครื่องพี่..
..ใช่แล้ว พี่เขยนั่นเอง..
พี่ผมต้องเก็บความรู้สึกทั้งหมดไว ้น้ำเสียงที่ผมได้ยินเวลาที่พี่คุยกันนั้น ยิ่งตอกย้ำ
ความอึดอัดที่พี่นั้นต้อง “โกหก” ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น..
เหมือนชีวิตปกติ..
เหมือนว่ากำลังจะกลับบ้านเหมือนทุกวัน..
เหมือนว่าลูกที่อยู่ในท้องยังมีชีวิต..
และรอเวลาะลืมตาดูโลกในอีกสี่เดือนข้างหน้า
ความรู้สึกทั้งหมดมันเหมือนโดนอะไรสักอย่างที่หนักมาก ๆ
มากระแทกที่หน้าอกทันทันทีที่ผมได้ยินเสียงจากปลายสายเล็ดรอดมาว่า
“ผมรักคุณนะ เป็นห่วงคุณและลูกด้วย”
…
พูดไม่ออกครับ รู้แต่เพียงว่า มันเป็น “การโกหกที่เจ็บปวดที่สุด” เท่าที่เคยเจอมา
การโกหกที่ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น แต่มันจำเป็นต้องทำ
ขนาดผมเองยังรู้สึกได้ขนาดนี้ แล้วพี่ผมล่ะ คนที่แบกความรู้สึกทั้งหมดไว้
ทั้งหมด แล้วในเวลาที่เกิดเหตุการณ์นี้ คนที่น่าจะอยู่ข้าง ๆ มากที่สุด
ก็มีความจำเป็นต้องห่างกัน ไม่มีใครอยากให้มันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้แน่นอน
ตลอดเวลา 6 วัน ที่พี่เขยยังทำงานที่อินเดีย พี่ก็ต้องทำเป็นเหมือนยังปกติดีไม่มีอะไร
มันจะทรมานขนาดไหน คงจะยากที่จะจินตนาการ ได้เท่ากับคนที่เจอกับตัวเอง คงไม่มีใครอยากเจอหรอกครับ..
“การโกหก อันแสนเจ็บปวด”





